
Come Bet Craps การสร้าง Point ใหม่และความต่างจาก Pass Line
Come Bet Craps เป็นการเดิมพันที่ทำงานคล้าย Pass Line แต่เริ่มหลังจากรอบหลักของ Craps ดำเนินไปแล้ว เมื่อผู้เล่นวาง Come Bet การทอยถัดไปจะทำหน้าที่เสมือน Come-out Roll สำหรับเดิมพัน Come ก้อนนั้นโดยเฉพาะ
หากผลการทอยเป็น 4, 5, 6, 8, 9 หรือ 10 หมายเลขนั้นจะกลายเป็น Come Point จากนั้นเดิมพันจะติดตามหมายเลขนี้จน Come Point ออกซ้ำหรือ 7 ออกก่อน
วิธีเล่นของ Come Bet Craps
Come Bet เข้าใจง่ายขึ้นหากมองเป็นลำดับ
ขั้น | ผลการทอย | ผลต่อ Come Bet |
ทอยแรกหลังวาง | 7 หรือ 11 | ชนะ |
ทอยแรกหลังวาง | 2, 3 หรือ 12 | แพ้ |
ทอยแรกหลังวาง | 4, 5, 6, 8, 9, 10 | ตั้ง Come Point |
หลังตั้ง Come Point | Come Point ออก | ชนะ |
หลังตั้ง Come Point | 7 ออกก่อน | แพ้ |
หลังตั้ง Come Point | เลขอื่น | รอต่อ |
นี่คือแกนของ Come Bet Craps และช่วยแยกช่วงก่อนมี Come Point ออกจากหลังมี Come Point ได้ชัดเจน
Come Point แยกจาก Point หลักของโต๊ะ
สมมติโต๊ะมี Point หลักเป็น 6
ผู้เล่นวาง Come Bet แล้วการทอยถัดไปออก 9 เลข 9 จะกลายเป็น Come Point ของเดิมพัน Come ขณะที่ Point หลักของโต๊ะยังเป็น 6
จึงสามารถมีสองโครงสร้างพร้อมกันได้:
- Point หลักของ Pass Line = 6
- Come Point = 9
หากผู้เล่นวาง Come Bet เพิ่มในรอบถัดไปและได้ 5 ก็สามารถมี Come Point 5 เพิ่มอีกหนึ่งก้อนได้ด้วย
นี่คือเหตุผลว่าทำไมโต๊ะ Craps หนึ่งรอบสามารถมี Come Bets หลายหมายเลขทำงานพร้อมกันได้
Come Bet ต่างจาก Pass Line ตรงจังหวะเริ่มต้น
Pass Line เริ่มจาก Come-out Roll ของรอบหลัก ส่วน Come Bet สามารถเริ่มในระหว่างที่ Point หลักถูกตั้งไปแล้ว
ประเด็น | Pass Line | Come Bet |
จุดเริ่ม | Come-out Roll หลัก | การทอยหลังวาง Come |
Point | Point หลักของโต๊ะ | Come Point ของเดิมพันนั้น |
วางหลายก้อนพร้อมกัน | ไม่ใน Line เดียว | สามารถมีหลาย Come Points |
Odds | เพิ่มหลังตั้ง Point | เพิ่มหลังตั้ง Come Point |
Come Bet Craps จึงไม่ใช่ Pass Line ที่เปลี่ยนชื่อ แต่เป็นการสร้างวงจร Pass-like ใหม่ภายในรอบปัจจุบัน
7 มีความหมายต่างกันตามช่วงของเดิมพัน
ก่อน Come Point ถูกตั้ง การทอย 7 ทำให้ Come Bet ชนะเหมือน Come-out logic
แต่หลัง Come Point ถูกตั้งแล้ว 7 กลายเป็นผลที่ทำให้ Come Bet บนหมายเลขนั้นแพ้
ดังนั้นไม่ควรจำว่า 7 ดีหรือ 7 แย่แบบตายตัว ต้องดูว่าสถานะของ Come Bet อยู่ก่อนหรือหลัง Come Point
Come Odds เพิ่มได้หลังตั้ง Come Point
เมื่อ Come Point ถูกตั้ง ผู้เล่นสามารถเพิ่ม Come Odds ตามวงเงินของโต๊ะ
Odds portion จะใช้แนวคิด True Odds เหมือน Pass Line Odds โดยอัตราจ่ายขึ้นกับว่า Come Point เป็น 4/10, 5/9 หรือ 6/8
ส่วน Max Odds เช่น 3x, 4x หรือ 5x เป็นกติกาเฉพาะโต๊ะ ไม่ควรถือเป็นมาตรฐานสากล เพราะ คาสิโน สามารถกำหนดเพดานต่างกันได้
หลาย Come Bets ทำงานพร้อมกันได้
สมมติในรอบเดียวกันมี Come Bets ดังนี้
- ก้อนแรกย้ายไป 5
- ก้อนที่สองย้ายไป 8
- ก้อนที่สามย้ายไป 9
ขณะที่ Point หลักเป็น 6
ทุกก้อนจะติดตามหมายเลขของตัวเอง และการทอยหนึ่งครั้งสามารถมีผลกับบางก้อนได้ทันที เช่น ทอย 8 ทำให้ Come Bet บน 8 ชนะ ขณะที่ 5 และ 9 ยังอยู่ต่อ นี่เป็นลักษณะสำคัญของ Come Bet Craps ที่ทำให้โต๊ะมีการเดิมพันหลายสถานะพร้อมกัน
Come Bet ต่างจาก Place Bet
Place Bet ให้ผู้เล่นเลือกหมายเลข 4, 5, 6, 8, 9 หรือ 10 โดยตรงแล้วเดิมพันว่าหมายเลขนั้นจะออกก่อน 7 Come Bet ไม่ให้เลือก Come Point เอง ต้องผ่านการทอยแรกเพื่อสร้างหมายเลขก่อน
แม้สุดท้ายชิปของ Come Bet และ Place Bet อาจไปอยู่บนหมายเลขเดียวกัน แต่โครงสร้างการเข้าเดิมพันและ payout ไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรเห็นชิปอยู่บน 6 เหมือนกันแล้วสรุปว่าเป็นเดิมพันชนิดเดียวกัน
Don’t Come เป็นตลาดฝั่งตรงข้าม
Don’t Come ใช้โครงสร้างคล้าย Don’t Pass และมองผลในทิศทางตรงข้ามกับ Come รายละเอียดของการทอยแรก เช่น การจัดการ 12 สามารถต่างตาม Rules ของโต๊ะ จึงควรแยก Don’t Come เป็นอีกตลาดหนึ่ง ไม่ใช่อธิบายว่าเป็น Come Bet กลับด้านแบบง่ายเกินไป
Come Bet ไม่สะสมโอกาสจากประวัติการทอย
หาก Come Point 8 ยังไม่ออกมาหลายรอบ ไม่ได้หมายความว่าการทอยใหม่มีโอกาสออก 8 สูงขึ้นเพราะค้างอยู่ จำนวนวิธีของลูกเต๋ายังคงเหมือนเดิมในแต่ละการทอยที่ถูกต้อง Come Point เป็นเพียงสถานะของเดิมพัน ไม่ได้เปลี่ยน Probability ของลูกเต๋า
สรุป
Come Bet Craps คือการเดิมพันที่สร้างวงจรคล้าย Pass Line ขึ้นใหม่ภายในรอบที่กำลังดำเนินอยู่ โดยการทอยแรกหลังวาง Come สามารถชนะ แพ้ หรือตั้ง Come Point
หลังมี Come Point เดิมพันจะชนะหากหมายเลขนั้นออกก่อน 7 และแพ้หาก 7 ออกก่อน พร้อมสามารถเพิ่ม Come Odds ตาม Rules ของโต๊ะ
สิ่งสำคัญคือแยก Come Point ออกจาก Point หลัก และไม่สับสน Come Bet กับ Place Bet ซึ่งใช้วิธีเข้าเดิมพันและโครงสร้างการจ่ายต่างกัน


