
รูเล็ตยุโรปและอเมริกัน ความต่างของวงล้อและ House Edge
รูเล็ตยุโรปและอเมริกัน ใช้หลักการเล่นพื้นฐานเหมือนกัน ผู้เล่นเลือกเดิมพันหมายเลข สี คู่คี่ กลุ่มตัวเลข หรือตำแหน่งต่าง ๆ แล้วใช้ผลที่ลูกบอลหยุดบนวงล้อเป็นตัวตัดสิน
ความต่างสำคัญอยู่ที่จำนวนช่องศูนย์
รูเล็ตยุโรปมี 0 หนึ่งช่อง
รูเล็ตอเมริกันมีทั้ง 0 และ 00
การเพิ่ม 00 ทำให้จำนวนผลลัพธ์ทั้งหมดเปลี่ยนจาก 37 เป็น 38 ช่อง และส่งผลโดยตรงต่อความน่าจะเป็นกับ House Edge แม้อัตราจ่ายของการเดิมพันพื้นฐานหลายประเภทจะยังเท่าเดิม
วงล้อรูเล็ตยุโรป
รูเล็ตยุโรปมีหมายเลข 1–36 และเลข 0 อีกหนึ่งช่อง รวมทั้งหมด 37 ช่อง
หมายเลข 1–36 แบ่งเป็นสีแดงและสีดำ ส่วน 0 เป็นสีเขียว
การเดิมพันพื้นฐานมีทั้งแบบเลือกหมายเลขโดยตรงและเลือกเป็นกลุ่ม เช่น
- หมายเลขเดียว
- สองหมายเลขติดกัน
- กลุ่มสามหรือสี่หมายเลข
- สีแดงหรือดำ
- คู่หรือคี่
- 1–18 หรือ 19–36
- โหล
- คอลัมน์
วงล้อที่มี 0 เพียงช่องเดียวมักเรียกว่า Single Zero และเป็นโครงสร้างที่พบใน European Roulette
วงล้อรูเล็ตอเมริกัน
รูเล็ตอเมริกันมีหมายเลข 1–36 เช่นเดียวกัน แต่เพิ่ม 0 และ 00 ทำให้มีทั้งหมด 38 ช่อง
การเพิ่ม 00 ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มสัญลักษณ์บนกระดาน แต่เพิ่มผลลัพธ์อีกหนึ่งช่องที่อยู่นอกกลุ่มเดิมพันอย่างแดง/ดำ คู่/คี่ และต่ำ/สูง
วงล้อประเภทนี้จึงมักเรียกว่า Double Zero Roulette
เปรียบเทียบโครงสร้างของสองรูปแบบ
จุดเปรียบเทียบ | รูเล็ตยุโรป | รูเล็ตอเมริกัน |
หมายเลข 1–36 | มี | มี |
0 | มี | มี |
00 | ไม่มี | มี |
จำนวนช่องทั้งหมด | 37 | 38 |
รูปแบบวงล้อ | Single Zero | Double Zero |
House Edge ของเดิมพันมาตรฐาน | ประมาณ 2.70% | ประมาณ 5.26% |
ความต่างของ House Edge เกิดจากจำนวนผลลัพธ์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราจ่ายหลักไม่ได้เพิ่มตาม
เหตุผลที่ 00 ทำให้ House Edge สูงขึ้น
ลองดูการเดิมพันหมายเลขเดียว
รูเล็ตทั่วไปให้อัตราจ่าย 35 ต่อ 1 เมื่อเลือกหมายเลขถูก
ในรูเล็ตยุโรป โอกาสถูกคือ 1 จาก 37 ช่อง
ในรูเล็ตอเมริกัน โอกาสถูกคือ 1 จาก 38 ช่อง
แต่อัตราจ่ายยังคง 35 ต่อ 1
ดังนั้น เมื่อจำนวนผลลัพธ์เพิ่มขึ้น แต่อัตราจ่ายไม่เปลี่ยน ความได้เปรียบของเจ้ามือจึงสูงขึ้น
นี่เป็นความต่างทางคณิตศาสตร์หลักระหว่างสองวงล้อ
แดงและดำไม่ได้มีโอกาส 50/50
บนหมายเลข 1–36 มีสีแดง 18 ช่องและสีดำ 18 ช่อง จึงอาจดูเหมือนเป็นการเดิมพันครึ่งต่อครึ่ง
แต่รูเล็ตยุโรปยังมี 0 ซึ่งไม่ใช่แดงหรือดำ
ส่วนรูเล็ตอเมริกันมีทั้ง 0 และ 00 ซึ่งอยู่นอกสองสีเช่นกัน
จึงทำให้โอกาสของแดงหรือดำต่ำกว่า 50%
หลักเดียวกันใช้กับเดิมพันคู่/คี่ และ 1–18 / 19–36 เพราะ 0 และ 00 ไม่รวมอยู่ในกลุ่มเหล่านี้
อัตราจ่ายเหมือนกัน แต่ความน่าจะเป็นต่างกัน
การเดิมพันพื้นฐานหลายประเภทของ European และ American Roulette ใช้อัตราจ่ายเหมือนกัน
เช่น
- หมายเลขเดียว
- แดง/ดำ
- คู่/คี่
- โหล
- คอลัมน์
แต่เกมหนึ่งมี 37 ผลลัพธ์ ขณะที่อีกเกมมี 38 ผลลัพธ์
นี่จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดว่า “อัตราจ่ายเท่ากัน” ไม่ได้หมายความว่าโครงสร้างทางคณิตศาสตร์จะเหมือนกัน
ต้องดูจำนวนผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ร่วมด้วย
Five Number Bet เป็นเดิมพันเฉพาะของวงล้ออเมริกัน
เนื่องจากรูเล็ตอเมริกันมีทั้ง 0 และ 00 จึงสามารถมีการเดิมพันกลุ่มที่ครอบคลุม
0, 00, 1, 2 และ 3
การเดิมพันนี้มักเรียกว่า Five Number Bet หรือ Top Line
รูเล็ตยุโรปไม่มี 00 จึงไม่มีการเดิมพันกลุ่มเดียวกันในรูปแบบนี้
นี่เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงว่าการเพิ่ม 00 ไม่ได้เปลี่ยนแค่ความน่าจะเป็น แต่ยังทำให้กระดานมีตัวเลือกเดิมพันบางประเภทเพิ่มขึ้นด้วย
กระดานพื้นฐานยังคล้ายกัน
แม้จำนวนศูนย์ต่างกัน แต่การเดิมพันหลักจำนวนมากยังคงมีรูปแบบใกล้เคียงกัน
ทั้งสองเกมมีการเดิมพันอย่าง
- หมายเลขเดียว
- สองหมายเลข
- สามหมายเลข
- สี่หมายเลข
- หกหมายเลข
- โหล
- คอลัมน์
- แดง/ดำ
- คู่/คี่
- ต่ำ/สูง
ดังนั้น ผู้ที่เข้าใจพื้นฐานของรูเล็ตหนึ่งรูปแบบจะสามารถอ่านอีกแบบได้ไม่ยาก
สิ่งที่ต้องสังเกตเพิ่มคือ 00 และการเดิมพันเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับวงล้ออเมริกัน
รูเล็ตยุโรปบางโต๊ะมีกฎพิเศษ
European Roulette บางรูปแบบเพิ่มกฎอย่าง La Partage หรือ En Prison สำหรับเดิมพันที่จ่าย 1 ต่อ 1 เมื่อผลออก 0
กฎเหล่านี้สามารถเปลี่ยนวิธีตัดสินเดิมพันและลด House Edge ของการเดิมพันบางประเภทได้
แต่ไม่ได้หมายความว่ารูเล็ตยุโรปทุกโต๊ะจะมีกฎดังกล่าว
หากกฎเหล่านี้มีผล โต๊ะควรระบุไว้ในหน้ากติกาอย่างชัดเจน
จึงควรอ่านรายละเอียดของโต๊ะ ไม่ใช้คำว่า European Roulette เพียงอย่างเดียวในการสรุปกติกาทั้งหมด
ลำดับตัวเลขบนวงล้อก็ต่างกัน
ความแตกต่างไม่ได้มีเพียง 0 กับ 00
ตำแหน่งและลำดับตัวเลขรอบวงล้อ American Roulette ยังต่างจาก European Roulette ด้วย
เรื่องนี้มีความสำคัญกับการเดิมพันที่อ้างอิงตำแหน่งข้างเคียงบนวงล้อ เช่น Neighbor หรือกระดาน Racetrack
หากเดิมพันจากตารางตัวเลขปกติ ความแตกต่างนี้อาจไม่ชัดมาก แต่หากเกมมีการเดิมพันตามตำแหน่งของวงล้อ ควรตรวจว่าใช้วงล้อประเภทใด
วิธีแยก รูเล็ตยุโรปและอเมริกัน
วิธีที่ง่ายที่สุดคือดูช่องศูนย์
มีเฉพาะ 0 → European / Single Zero
มีทั้ง 0 และ 00 → American / Double Zero
จากนั้นจึงดูชื่อเวอร์ชันและกติกาเพิ่มเติม เพราะปัจจุบันมีรูเล็ตหลายรูปแบบที่เพิ่มตัวคูณ โบนัส หรือฟีเจอร์อื่นเข้ามา
ธีมหรือกราฟิกของเกมจึงไม่ใช่ข้อมูลที่ใช้แยกประเภทได้แม่นเท่าจำนวนศูนย์บนวงล้อ
House Edge เป็นข้อมูลระยะยาว
แม้ House Edge ของการเดิมพันมาตรฐานในรูเล็ตยุโรปจะต่ำกว่ารูเล็ตอเมริกันในเชิงคณิตศาสตร์ แต่ข้อมูลนี้ไม่ได้บอกผลของรอบใดรอบหนึ่ง
House Edge ใช้อธิบายโครงสร้างของเกมเมื่อพิจารณาการเดิมพันจำนวนมากในระยะยาว
จึงไม่สามารถใช้บอกว่าลูกบอลรอบถัดไปจะตกหมายเลขใด หรือสีใดกำลัง “ถึงเวลาออก”
ประวัติผลบนโต๊ะมีไว้แสดงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้เปลี่ยนจำนวนช่องของวงล้อหรือความน่าจะเป็นพื้นฐานของเกม
ข้อมูลที่ควรดูเมื่อเลือกโต๊ะรูเล็ต
ข้อมูล | สิ่งที่ควรตรวจ |
จำนวนศูนย์ | มี 0 หรือมีทั้ง 0 และ 00 |
รูปแบบเกม | European, American หรือเวอร์ชันอื่น |
ตารางจ่าย | เดิมพันแต่ละประเภทจ่ายเท่าไร |
กฎพิเศษ | มี La Partage หรือ En Prison หรือไม่ |
ช่วงเดิมพัน | ต่ำสุดและสูงสุดเท่าไร |
เดิมพันเพิ่มเติม | มี Neighbor, Racetrack หรือตัวเลือกอื่นหรือไม่ |
สรุป รูเล็ตยุโรปและอเมริกัน
รูเล็ตยุโรปและอเมริกัน มีพื้นฐานการเล่นคล้ายกัน แต่ต่างกันที่โครงสร้างของวงล้อ
European Roulette มี 37 ช่องและใช้ 0 เพียงช่องเดียว ส่วน American Roulette มี 38 ช่องเพราะเพิ่ม 00 เข้ามา
การเพิ่ม 00 ทำให้ความน่าจะเป็นของการเดิมพันเปลี่ยนไป ขณะที่อัตราจ่ายพื้นฐานหลายประเภทไม่ได้เพิ่มตาม จึงทำให้ House Edge ของรูเล็ตอเมริกันสูงกว่าในการเดิมพันมาตรฐาน
หากต้องการแยกสองรูปแบบอย่างรวดเร็ว ให้ดู 0 และ 00 ก่อน จากนั้นจึงอ่านตารางจ่าย กฎพิเศษ และเงื่อนไขของโต๊ะเพิ่มเติม


